วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2553

บุคคลิกสไตล์ Bizcom


                               
                   บุคลิกภาพ  คือ  ลักษณะท่าทางซึ่งสามารถแสดงออกมาได้ทั้งทางร่างกาย  จิตใจ  และความรู้สึกนึกคิด  ที่สะท้อนออกมาให้ผู้อื่นเห็นและเกิดความประทับใจ  ฉะนั้น  การที่บุคคลจะได้รับการยอมรับนับถือ  การสนับสนุน  ความไว้วางใจ  และความประทับใจจากผู้อื่นนั้น  ก็ควรที่จะแสดงบุคลิกภาพที่ดีและเหมาะสมให้ผู้อื่นเห็น  เพราะบุคลิกภาพมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและอารมณ์ของผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง
1.  ความหมายและความสำคัญของบุคลิกภาพ
    คำว่า "บุคลิกภาพ"  หมายถึง  คุณลักษณะทางกาย  ทางจิตใจ  และความรู้สึกนึกคิดที่สะท้อนออกมาให้ผู้อื่นเห็นและเกิดความประทับใจมากน้อยเพียงใด

    มีความสำคัญคือ  บุคลิกภาพนับเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกและอารมณ์ของผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง  จึงส่งผลต่อการยอมรับนับถือ  การให้ความร่วมมือ  การสนับสนุน  และความไว้วางใจจากผู้อื่น
2.  ประเภทของบุคลิกภาพ
    2.1  บุคลิกภาพภายนอก  คือ  สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากภายนอกของแต่ละคน  สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน  แบ่งได้เป็น 4 หมวด คือ
            1.  รูปร่างหน้าตา
            2.  การแต่งกาย
            3.  กิริยาท่าทาง
            4.  การพูด
    2.2  บุคลิกภาพภายใน  คือ  สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ  หรืออุปนิสัยใจคอที่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้  แก้ไขได้ยาก  เช่น
            1.  ความเชื่อมั่นในตนเอง
            2.  ความซื่อสัตย์สุจริต
            3.  ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
            4.  ความรับผิดชอบ

3.  หลักและวิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพ
    การยืน เดิน นั่ง  เป็นส่วนสำคัญที่บอกถึงบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล  งามอิริยาบถ  คือ  การเดิน  ยืน  นั่ง  เปิด-ปิดประตู ขึ้นลงรถ  อย่างถูกต้องสวยงาม
    การรู้จักทำตัวให้เข้ากับบุคคล  สถานที่ และเวลา  อย่างถูกต้องถือว่ามีมารยาททางสังคมที่ดี  เช่น  การรู้จักกราบไหว้ที่ถูกวิธี  และถูกกาลเทศะ  การรู้จักธรรมเนียมของชาวต่างชาติ  การปฏิบัติตนในงานเลี้ยงต่าง ๆ การไปเยี่ยมคนป่วย  การมอบดอกไม้แสดงความยินดีหรือให้ผู้อาวุโส  เป็นต้น
    บางครั้งเราอาจจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ และอาจเกิดอะไรขึ้นกับเราได้ทุกวินาทีนั้น  เราต้องพร้อมเสมอที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ในลักษณะที่พร้อม  คือ ไม่ตกใจ ดีใจ เสียใจ กลัว เกินกว่าเหตุ  สามารถควบคุมท่าทางของตนเองได้เป็นอย่างดี

4.  แนวทางในการพัฒนาบุคลิกภาพ
    4.1  การรักษาสุขภาพอนามัย
            -  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
            -  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
            -  ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มหรือลดผิดปกติ
            -  ละเว้นการสูบบุหรี่หรือยาเสพติดให้โทษทุกชนิด
            -  ไม่ดื่มสิ่งของที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน
            -  พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ วันละ 7-8 ชม.
            -  รักษาอารมณ์ให้สดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอ

    4.2  การดูแลร่างกาย
            -  รักษาความสะอาดในช่องปากและฟัน
            -  ดูแลรักษาเส้นผมและทรงผมให้เรียบร้อยทั้งด้านความสะอาดและรูปทรง
            -  โกนหนวดเคราให้เกลี้ยงเกลา ตัดและขริบให้เรียบร้อย
            -  รักษาผิวพรรณให้สะอาดสดชื่นอยู่เสมอ อย่าให้ผิวแห้งกร้าน
            -  รักษากลิ่นตัว 
            -  รู้จักการแต่งหน้าแต่พองาม
            -  ดูแลเล็บมือ เล็บเท้า ให้สะอาดอยู่เสมอ
            -  ปรับเปลี่ยนเสื้อผ้าและชุดชั้นในที่สวมใส่ทุกวัน
            -  ควรมีการเช็คร่างกายเป็นประจำทุกปี
            -  เมื่อร่างกายมีอาการผิดปกติรีบไปปรึกษาแพทย์

    4.3  การแต่งกาย
            -  สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ซักรีดให้เรียบ
            -  สีสันไม่ฉูดฉาด  ควรเลือกสีให้เหมาะสมกับรูปร่างและผิวพรรณของตนเอง
            -  กระเป๋าถือและรองเท้า ควรใช้หนังที่มีคุณภาพดี  สีเรียบ  สำรวจส้นรองเท้าจัดการซ่อมแซมให้เรียบร้อย
            -  แต่งหน้าให้แนบเนียน ไม่แต่งเข้มผิดธรรมชาติ เลือกใช้เครื่องสำอางค์ที่มีคุณภาพดี
            -  เล็บและการทาเล็บ ไม่ควรไว้เล็บยาวจนเกินไป ควรเลือกสีกลาง ๆ อย่าปล่อยให้สีถลอกจะไม่น่าดู
            -  ผม หมั่นสระให้สะอาด  อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง  แปรงหวีให้เรียบร้อย เลือกทรงผมที่รับกับใบหน้า
            -  เครื่องประดับ  ควรใช้เพื่อเสริมการแต่งกายให้ดูดีขึ้น แต่ไม่ควรใช้เครื่องประดับมากจนเกินไปจนดูสะดุดตารกรุงรังไปหมด
            -  ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม
            -  ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ

    4.4 อารมณ์
        รู้จักควบคุมอารมณ์ ไม่ปล่อยอารมณ์ไปตามใจตนเอง  คนที่ควบคุมอารมณ์ตนเองได้จะได้เปรียบและจะเอาชนะเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้  ในการปฏิบัติงานเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีเหตุการณ์มากระทบกระเทือนอารมณ์กันอยู่เสมอ
        ฉะนั้น  บุคคลใดที่ต้องการจะพัฒนาบุคลิกภาพของตนให้ดีขึ้น  จะต้องเป็นคนรู้จักอดทนใจเย็นเมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่ถูกใจเกิดขึ้น

    4.5  ความเชื่อมั่นในตนเอง            -  ยอมรับในความสามารถของตนเอง
            -  อย่าเล็งผลเลิศในการทำงานจนเกินไป
            -  อย่าถือคติว่าการทำงานสิ่งใดเมื่อทำแล้วต้องดีที่สุด
            -  อย่านำความเก่งของผู้อื่นมาทับถมตนเอง
            -  หมั่นฝึกจิตใจตนเองให้ชนะความกลัวให้ได้

5.  การพัฒนาบุคลิกภาพด้านความรู้สึกนึกคิด
   
ความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน  ถ้ามีความรู้สึกนึกคิดในด้านดี  ไม่มองคนในแง่ร้าย  จิตใจก็เป็นสุข  ไม่มีความกังวล  ดังนั้น  เลขานุการจึงควรพัฒนาบุคลิกภาพด้านความรู้สึกนึกคิดดังนี้
    1.  มีความเชื่อมั่นในตนเองในการกระทำในสิ่งต่าง ๆ
    2.  มีความซื่อสัตย์  กระทำตนให้ผู้อื่นเชื่อถือเรา แล้วความไว้วางใจจะตามมา มีเรื่องสำคัญเขาก็จะให้เราทำ
    3.  มีความสามารถที่จะทำสิ่งเหล่านั้น ให้เหมาะสมกับผู้ที่มอบหมายไว้วางใจให้เราทำ
    4.  มีความกระตือรือร้น  ที่อยากจะทำ  เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ
    5.  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  รู้จักปรับปรุงงานอยู่เสมอ
    6.  มีความรับผิดชอบ  ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามต้องมีความห่วงใยจะต้องทำให้เสร็จทันตามกำหนดเวลา
    7.  มีความรอบรู้
    8.  ห่วงตัวเอง เติมชีวิตให้กับตัวเอง
    9.  มีความจำแม่น
    10. วางตัวเหมาะสมกับกาลเทศะ

ประวัติส่วนตัว



      ชื่อ  นายพีรพัชร์        นามสกุล  ธีระรุ่งโรจน์                                               
ชื่อเล่น พี    ห้อง    BC3   เกรดเฉลี่ย  2.41                                                    
วัน/เดือน/ปีเกิด      02/03/2532     อายุ     20    ปี                                                  
น้ำหนัก   51      ส่วนสูง   160       กรุ๊ปเลือด   c    โรคประจำตัว  ไม่มี
ภูมิลำเนา  บ้านเลขที่ 50/189 . 2  ตำบล  บางแก้ว  อำเภอ  บางพลี 
จังหวัด สมุทรปราการ   รหัสไปรษณีย์   10540
ที่อยู่ปัจจุบัน  50/189    . 2  ตำบล  บางแก้ว  อำเภอ  บางพลี 
จังหวัด สมุทรปราการ   รหัสไปรษณีย์   10540
E-mail       Phiraphat@61hotmail.com   เบอร์โทร  081-937-0448                                 
เพื่อนสนิท    นายอลงกรณ์ สังข์วรรณะ
เบอร์โทร    089-231-3747   งานอดิเรก  ดูหนัง  ฟังเพลง  เล่นอินเทอร์เน็ต

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ลูกแรดเตรียมพร้อมล่าเหยื่อ

  
การเรียนเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพนั้น ทำให้ข้าพเจ้าได้เกิดประสบการณ์หรือทักษะใหม่ๆที่ยังไม่เคยทราบมาก่อนและยังทำให้รู้จัดกับการทำงาน ที่สามารถนำเป็นใช้ในการทำงานจริงในอนาคตได้อีกด้วยและยังทำให้ได้ข้อคิดที่ดีหรือสิ่งใหม่ๆที่ได้จากอาจาย์ผู้สอนและท่านวิทยากรต่างๆที่ได้ให้ความรู้ใหม่ๆ
    1.การตรงต่อเวลา
 การตรงต่อเวลาถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากต่อการทำงานหรือการที่เราจะต้องติดต่อกับผู้อื่นการที่เราเป็นคนตรงต่อเวลานั้น จะช่วยให้เราเป็นคนที่ขยันขันแข็ง เอาการเอางาน มีความกระตือรือร้น รักที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ ช่วยให้เราไม่เฉื่อยชา ทันสมัย มีชีวิตชีวา เป็นคนมีวินัย สามารถจัดการกับงานหรือสิ่งที่ผ่านเข้ามาได้อย่างเป็นระเบียบ จึงทำให้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จ มีความก้าวหน้าในชีวิต รวมถึงเป็นคนน่าเชื่อถือ และผู้อื่นให้ความไว้วางใจแก่เรา
2.การแต่งกายสุภาพเรียบร้อย
          การเรียนเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพนั้นจะต้องแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย อยู่ตลอดเวลา เป็นการที่ทำให้นักศึกษานั้นมีบุคลิกภาพที่ดีและยังทำให้นักศึกษานั้นได้เกิดกับความเคยชินอยู่กับการแต่งกายสุภาพเรียบร้อยเพราะในอนาคตนั้นนักศึกษาจะต้องมีการออกไปทำงานข้างนอกเพื่อที่จะได้เกิดการเคยชินกับการแต่งกายสุภาพเพราะในการทำงานนั้นจะต้องมีการเจอกับผู้คนมากมายในขณะที่เราทำงาน
3.กฎระเบียนวินัย
          การที่มีกฎระเบียนวินัยนั้นเป็นเพราะ เรามีการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่ จึงอาจทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายหรือเกิดปัญหามากมาย จึงทำให้ต้องมีการวางกฎระเบียนขึ้น เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกันโดยที่ไม่เกิดเรื่องหรือปัญหาตามมา การที่จะให้เด็กได้โตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีระเบียนวินัยได้ดีนั้นต้องมาจากกฎระเบียนวินัยของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะได้ให้มีการปลูกฝังที่ดีต่อไปในอนาคต
4.การอยู่ร่วมกับผู้อื่น
การเรียนเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพนั้น ได้มีการเจอกับนักศึกษาหลากหลายแขนด้วยกันที่เราได้เคยได้รู้จักมาก่อนหรือพูดคุยมาก่อน จึงต้องทำให้เรามีการปรับตัว โดยต้องมีการทักทายหรือยิ้มให้ก่อน ส่วนในการทำงานนั้นจะต้องมีการมีการช่วยเหลื่อกันในกลุ่มเพราะในการที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นนั้นต้องมีน้ำใจต่อกันจึงจะสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
5. การได้ฝึกทักษะเบื้องต้น
         เป็นการปรับตัวให้เขากับผู้อื่นได้และทำให้เราได้มีประสบการณ์ในการทำงานที่จะต้องเจอในอนาคต       
         

วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กำหนดการในการเรียนวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพบริหารธุรกิจ 3

1.ประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต
   ผู้บรรยายคือ อาจารย์ สาระ มีผลกิจ
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553
            ทำรู้จักกับสถาณ์ศึกษาแห่งนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ก่อตั้งเมื่อไร มีอายูมากน้อยแค่ไหน ว่าสถาบันที่เราเรียนอยู่นี้มีความเป็นมาอย่าไงบ้าง เพื่อที่เราหรือนักศึกษาทุกคนจะได้รู้ความเป็นมาของราชภัฎสวนดุสิต
2.การพัฒนาบุคลิกภาพและธนาคารความดี
   ผู้บรรยายคือ โดย ผ..โรจนา ศุขะพันธ์  
   วันที่ 14 กรกฏาคม  2553
              เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการที่เราจะต้องออกไปทำงานในภายภาคหน้าเพื่อที่จะให้นักศึกษาทุนคนนั้นได้มีความพร้อมในการทำงาน ส่วนของธนาคารความดีนั้นหมายถึง ว่านักศึกษามีการช่ยวเหลือสังคมในด้านใดบ้างเพราะเป็นการปลุกฝังให้กับนักศึกษาได้มีน้ำใจกับสังคมเพราะสมัยนี้สังคมมีความเห็นแก่ตัวกันมากจึงต้องมีการปลูกฝันให้กับนักศึกษาทุกคน
3.การบริหารการเงินส่วนบุคคล
   ผู้บรรยายคือ นายเกษม ภูติจินดนันท์   
   วันที่ 28 กรกฏาคม 2553
การเรียนวิชาเตรียมฝึกนั้นในเรื่องของการบริหารการเงินส่วนบุคคล เป็นการที่จะทำให้นักศึกษาได้มีความรับผิดช่อบต่อตนเอง เพราะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น เมือเรามีงานทำแล้วก็ต้องมีเงินเดือนเราทุกคนก็จะต้องมีการวางแผนทางการเงินไว้สำหรับใน การใช้จ่ายในภายภาคหน้าเพื่อที่จะทำให้เรานั้นบริหารการเงินได้อย่างมีประสิทธ์ภาพโดยไม่ ก่อให้เกิดหนี้หรือมีการกูยืม
4.ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน
   ผู้บรรยายคือ อาจารย์ปรีชา ร่วมลีอ
    วันที่ 25 สิงหาคม 2553
            การเรียนวิชาเตรียมฝึกในเรื่องของภาษาไทย เพื่อให้นักศึกษาทุกคนมีการใช้ภาษาที่ถูกต้องในการทำงานหรือในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลทั้วไป เพราะในอนาคตนักศึกษาจะต้องออกไปทำงานภายนอก จึงต้องมีการเรียนรู้หรือปรับการใช้ภาษาพูดหรือเขียนให้มีความทุกต้องมากยิ่งขึ้น
5.จรรยาบรรวิชาชีพกับธรรมะ
   ผู้บรรยายคือ โดยหลวงปู่พุทธอิสระ และ พิธีกร คุณมนัส ตั้งสุข  
   วันที่ 1 กันยายน  2553
การทำงานในอาชีพอะไรก็ตามควรมีความรับผิดชอบต่องานที่ทำหรือต่ออาชีพนั้นๆ เพื่อที่จะได้ไม่ทำให้เกิดกับปัญหาสังคม    โดยไม่ก่อให้เกิดการโกงกิน